
ปลาช่อน
มิถุนายน 11, 2008 เสียงเพลงของวงเดอะบีทเทิ้ลดังเคล้าสายลมเอื่อยยามบ่าย มองลอดซี่กรงระเบียงออกไป เห็นใบหูกวางสีน้ำตาลแก่ร่วงลงพื้นใบแล้วใบเล่า กลบผืนหญ้าสีเขียวเบื้องล่างไปบางส่วน หญิงสาวหย่อนตัวลงนั่งตรงมุมระเบียงก่อนจุ่มนิ้วเรียวลงไปในโหลขนาดย่อมที่มีปลาช่อนตัวเล็กอยูในนั้น เจ้าของดวงหน้ารูปไข่ยิ้มพอใจ เมื่อเจ้าปลา เอาปากมาดุนนิ้วด้วยความคุ้นเคย เธอเอื้อมมือไปหยิบกุ้งฝอยในกระปุกข้างตัวมาให้รางวัลมันก่อนจะละความสนใจ แล้วหันไปจดจ่อกับสมุดบันทึกบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กๆใกล้กับโหลปลาตัวโปรด
“แปลกดีนะ ที่เทอชอบเลี้ยงปลาช่อน น่าจะหาพวกปลาสวยงามมาเลี้ยงแทน”
เธอหวนนึกถึงคำพูดเก่าๆของใครบางคนขึ้นมา ปากกาหมึกซึมสีดำในมือชะงักไปชั่วขณะ รอยดำจากน้ำหมึกค่อยๆแพร่ซึมเป็นจุดสีดำขยายขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุไปถึงอีกหน้าหนึ่ง…หน้าที่ยังว่างเปล่า
“ไม่ล่ะ ปลาพวกนั้นมันไม่ค่อยอึด เดี๋ยวเดียวก็ตาย สู้เลี้ยงที่มันไม่สวย แต่อยู่กันไปนานๆดีกว่า”
เธอถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงคำตอบของตัวเองที่เคยตอบออกไป ปากกาในมือเริ่มทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง
“เมื่อไหร่เธอจะรักใครแบบที่ฉันรักปลาตัวนี้ รักมันที่ความอดทนอยู่เคียงข้างกัน ไม่ใช่รักเพราะความสวยงามฉาบฉวยในช่วงเวลาสั้นๆเหมือนที่เธอกำลังพยายามไขว่คว้า”
สิ้นบรรทัดที่สอง ความเหนื่อยล้าที่ซ่อนตัวอยู่ลึกๆปลายใจ ค่อยๆปรากฏขึ้นพร้อมๆกับความเหงาที่มากับสายฝน
ฝนโปรยลงมาทีละน้อยแรกเริ่มสวยงามราวผืนผ้าโบกพลิ้วยามโต้ลม ทว่าหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาดังจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใด หากเธอยังคงได้ยินเสียงแผ่วเบาของเพลงที่เปิด ปลาช่อนเพียงตัวเดียวในโหลแก้วว่ายวนไปมาสองสามรอบก่อนหยุดนิ่งเหมือนมันก็กำลังใช้ความคิด แผ่นเสียงวนซ้ำเพลงเดิม หญิงสาวหวนนึกถึงเรื่องเดิมๆอีกครั้ง….
“เมื่อไหร่เธอจะรักใครแบบที่ฉันรักปลาตัวนี้ รักมันที่ความอดทนอยู่เคียงข้างกัน ไม่ใช่รักเพราะความสวยงามฉาบฉวยในช่วงเวลาสั้นๆเหมือนที่เธอกำลังพยายามไขว่คว้า”
เธอคิด ก่อนลุกเดินจากไป…..จากมุมเดิมๆตรงนั้น
“แปลกดีนะ ที่เทอชอบเลี้ยงปลาช่อน น่าจะหาพวกปลาสวยงามมาเลี้ยงแทน”
เธอหวนนึกถึงคำพูดเก่าๆของใครบางคนขึ้นมา ปากกาหมึกซึมสีดำในมือชะงักไปชั่วขณะ รอยดำจากน้ำหมึกค่อยๆแพร่ซึมเป็นจุดสีดำขยายขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุไปถึงอีกหน้าหนึ่ง…หน้าที่ยังว่างเปล่า
“ไม่ล่ะ ปลาพวกนั้นมันไม่ค่อยอึด เดี๋ยวเดียวก็ตาย สู้เลี้ยงที่มันไม่สวย แต่อยู่กันไปนานๆดีกว่า”
เธอถอนหายใจเบาๆเมื่อนึกถึงคำตอบของตัวเองที่เคยตอบออกไป ปากกาในมือเริ่มทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง
“เมื่อไหร่เธอจะรักใครแบบที่ฉันรักปลาตัวนี้ รักมันที่ความอดทนอยู่เคียงข้างกัน ไม่ใช่รักเพราะความสวยงามฉาบฉวยในช่วงเวลาสั้นๆเหมือนที่เธอกำลังพยายามไขว่คว้า”
สิ้นบรรทัดที่สอง ความเหนื่อยล้าที่ซ่อนตัวอยู่ลึกๆปลายใจ ค่อยๆปรากฏขึ้นพร้อมๆกับความเหงาที่มากับสายฝน
ฝนโปรยลงมาทีละน้อยแรกเริ่มสวยงามราวผืนผ้าโบกพลิ้วยามโต้ลม ทว่าหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาดังจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่นใด หากเธอยังคงได้ยินเสียงแผ่วเบาของเพลงที่เปิด ปลาช่อนเพียงตัวเดียวในโหลแก้วว่ายวนไปมาสองสามรอบก่อนหยุดนิ่งเหมือนมันก็กำลังใช้ความคิด แผ่นเสียงวนซ้ำเพลงเดิม หญิงสาวหวนนึกถึงเรื่องเดิมๆอีกครั้ง….
“เมื่อไหร่เธอจะรักใครแบบที่ฉันรักปลาตัวนี้ รักมันที่ความอดทนอยู่เคียงข้างกัน ไม่ใช่รักเพราะความสวยงามฉาบฉวยในช่วงเวลาสั้นๆเหมือนที่เธอกำลังพยายามไขว่คว้า”
เธอคิด ก่อนลุกเดินจากไป…..จากมุมเดิมๆตรงนั้น